3/04/2556

Home Search Content Review Brochure Windows 8 Other Job Forum Contact ไดรฟ์เวอร์กราฟิกการ์ดอัพเดท NVIDIA GeForce 314.07 WHQL


อัพเดทกันเหมือนเดิม กับไดรฟ์เวอร์เวอร์ชั่นใหม่ 314.07 จาก NVIDIA ถือเป็นตัวแรกที่ลง WHQL มาด้วย หลังจากเวอร์ชั่น R310 (310.90) สำหรับตัวใหม่นี้ ก็จะเพิ่มประสิทธิภาพสำหรับชิป GPU แบบเดี่ยวเพิ่มขึ้นสูงสุดอีก 5 เปอร์เซ็นต์ ส่วนถ้าเป็นแบบ SLI ก็จะสามารถเพิ่มขึ้นไปได้สูงสุดอีกกว่า 65 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกันกับตัวเดิมอย่าง 310.90 WHQL ในด้านของฟีเจอร์ใหม่ ก็มีการเพิ่มโปรไฟล์สำหรับ Crysis 3, เพิ่มประสิทธิภาพสำหรับเกม Assassins Creed III แต่ในด้านของการปรับแต่งประสิทธิภาพนั้น ก็จะเหมือนกันกับตัว R313-series beta ที่ปล่อยออกมาก่อนหน้า หรือจะพูดอีกอย่างได้ว่า 314.07 WHQL ตัวนี้ ก็คือ R313-series beta ที่มาพร้อมกับการปรับแต่งเพื่อ Crysis 3 และพ่วง WHQL มาด้วยนั่นเอง
ฟีเจอร์ใหม่ในไดรฟ์เวอร์ GeForce 314.07
  • เพิ่มประสิทธิภาพสูงสุด 5 เปอร์เซ็นต์ สำหรับ Crysis 3 (วันจากชิป GeForce GTX 680 ที่ความละเอียด 1920×1080 พิกเซล และตั้งค่าไว้ที่ High)
ฟีเจอร์ที่ได้จาก R313 เดิมมาอยู่แล้ว
  • เพิ่มประสิทธิภาพสำหรับชิป GeForce ตระกูล 400/500/600 สำหรับเกมหลายเกม
GeForce GTX 690:
  • Crysis 3สูงสุด 65%, Assassin’s Creed III สูงสุด 24%, Civilization V สูงสุด 15%, Call of Duty: Black Ops II สูงสุด 14%, Dirt 3 สูงสุด 12%, Just Cause 2 สูงสุด 11%, Deus Ex: Human Revolution สูงสุด 9%, Far Cry 2 สูงสุด 8%, Far Cry 3 สูงสุด 7%, Batman: Arkham City สูงสุด 7%, Dragon Age II สูงสุด 7%, Battlefield 3 สูงสุด 5%, Shogun: Total War สูงสุด 4%, Stalker: Call of Pripyat สูงสุด 4%
GeForce GTX 670:
  • Assassin’s Creed III สูงสุด 28%, Civilization V สูงสุด 11%, Far Cry 3 สูงสุด 8%, Just Cause 2 สูงสุด 6%, Deus Ex: Human Revolution สูงสุด 5%, Dirt 3 สูงสุด 5%, Batman: Arkham City สูงสุด 5%, Far Cry 2 สูงสุด 5%, Call of Duty: Black Ops II สูงสุด 4%, Shogun: Total War Up สูงสุด 3%, Stalker: Call of Pripyat สูงสุด 3%
ที่มา: TechPowerUp

3/03/2556

Facebook Messenger Review : แชตกับเพื่อนได้ แม้ไม่ออน Facebook


ในวันนี้ Facebook เองก็มีโปรแกรมแชตที่หลายๆ คนใช้งานกัน และอาจใช้เป็นหลักด้วย และเมื่อต้องการแชตกับเพื่อนเมื่อไหร่ ก็ต้องเปิดหน้าแอพฯ เฟสบุ๊กขึ้นมาก่อนถึงจะเริ่มแชตได้ ทั้งที่บางคนต้องการเพียงแค่พิมพ์แชตกับเพื่อนเพียงอย่างเดียว ไม่ต้องการดู Feed ใหม่ๆ เลย เพราะมีแต่อะไรซ้ำๆ อย่างเก่าและเปลือง Data Plan อีกด้วย ดังนั้น วิธีการที่ดีจึงต้องมีแอพฯ เพื่อแชตแยกไปเลยจะดีกว่า
ซึ่งหน้าโปรแกรมของ Facebook Messenger จะดูเรียบง่าย เพียงแค่ล็อคอินด้วย ID และ Password ของ Facebook เท่านั้น และกด “เข้าสู่ระบบ” ที่ด้านล่างนี้ ก็เสร็จเรียบร้อย
เมื่อล็อคอินเข้ามาแล้ว ก็จะมีหน้าต้อนรับเรียบง่ายอย่างในรูปภาพที่เห็นอยู่
พอกดตกลงแล้ว ก็จะเข้าสู่หน้ารายชื่อคนที่เราเคยแชตเอาไว้ก่อนหน้า ซึ่งเราสามารถแตะที่ชื่อเพื่อเข้าสู่หน้าต่างสนทนาได้ และมุมบนขวามือที่เป็นรูปคนนั้น ก็จะเป็นหน้าลิงค์เชื่อมต่อไปดูเพื่อนที่กำลังออนไลน์อยู่ได้ และเราสามารถเริ่มพูดคุยได้ด้วย เหมือนกับหน้าแชตแบบปกติ ถ้ามีลูกบอลสีเขียวอยู่หน้าชื่อ คือกำลังออนไลน์อยู่นั่นเอง
พอเข้าสู่หน้าต่างแชตแล้ว จะเห็นเนื้อหาที่เราเคยคุยค้างกันเพื่อนคนนั้นๆ ได้ และเราสามารถพิมพ์พูดคุยได้ด้วย เพียงแค่กดที่ช่องสีขาวด้านล่างที่เขียนว่า “เพิ่มข้อความ” ก็จะมีคีย์บอร์ดของตัวเครื่องให้ทำการพิมพ์พูดคุยกันได้ทันที และกดส่งที่มุมขวาล่าง ก็เป็นการส่งข้อความไปให้กับเพื่อนคนนั้นๆ ได้ทันที
และถ้าเราแตะที่ภาพดิสเพลย์ของเพื่อน ก็จะสามารถเห็นรายละเอียดต่างๆ ของเพื่อนคนนั้นๆ ได้ด้วย และสามารถตั้งค่าได้อีกว่าต้องการให้แสดงการแจ้งเตือนข้อความจากเพื่อนคนนี้หรือไม่ หรือต้องการดู Timeline ของเขาก็ทำได้เช่นกัน
โดยโปรแกรมนี้มีทั้งแพลตฟอร์ม iOS และ Android เพื่อให้ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดไปใช้งานกัน ซึ่งโปรแกรมนี้ช่วยประหยัด Data Plan ได้มาก ไม่ต้องเปิดแอพฯ Facebook ขึ้นมาก่อนเพื่อแชตกัน ดังนั้นเรามาล็อคอินผ่านทางโปรแกรมนี้เพื่อประหยัด Data Plan เอาไว้ใช้งานอย่างอื่นดีกว่านะ

Mouse Pad หรือแผ่นรองเมาส์ มีความจำเป็นอย่างไร


หนึ่งในของแถมที่มักจะแถมมาตอนซื้อโน้ตบุีกนั่นก็คือ MousePad หรือที่รองเมาส์ ซึ่งหลายๆ ท่านคิดว่าไม่ค่อยได้ใช้เท่าไรก็มักจะปล่อยทิ้งไป เพราะเห็นว่าแค่เมาส์เปล่าๆก็ใช้งานได้แล้ว ซึ่งในความเป็นจริง MousePad นั้นก็จำเป็นไม่น้อยนะครับ เพราะเวลาเราไปใช้งานจริงๆ นอกสถานที่นั้นเราไม่สามารถเลือกผิวสัมผัสที่จะใช้งานเมาส์ได้ ซึ่งตรงนี้ละที่ MousePad จำเป็นยิ่งนัก
image
สำหรับเมาส์ที่เป็นแบบ optical mouse หรือแบบแสงสีแดงที่เราใช้กันโดยส่วนใหญ่ (เพราะเมาส์ที่แถมส่วนใหญ่เป็นแบบนี้) จะทำงานได้ดีก็ต่อเมื่อพื้นผิวเป็นผิวเรียบ และเป็นวัสดุที่ไม่สะท้อนแสงหรือสีจัดเกินไป ซึ่งทำให้ข้อจำกัดในการใช้งานจริงเยอะพอสมควร เอาง่ายๆคือบางทีเรานั่งร้านกาแฟที่เป็นโต๊ะกระจก ก็มักจะใช้ไม่ได้ ซึ่งตรงนี้ละครับที่ MousePad จะมีประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็น
  • MousePad รองไว้เพื่อให้เป็นผิวเรียบเพื่อเหมาะกับการใช้งาน
  • ทำให้เมาส์ใช้งานได้อย่างแม่นยำ ไม่เลื่อนไป เลื่อนมาเองโดยไม่ได้ตั้งใจ
  • เป็นที่รองมือ ทำให้ใช้งานได้นานขึ้นโดยไม่เมื่อย
  • ไม่ต้องห่วงว่าโต๊ะที่ใช้งานจะเป็นโต๊ะวัสดุแบบใดก็สามารถใช้งานได้หมด
  • บางรุ่นใหญ่ถือขนาดใช้รองเครื่องโน้ตบุ๊กได้ด้วย
image
ซึ่งวัสดุของ MousePad เองหลักๆก็จะเป็นยางที่เคลือบเป็นหลัก นอกนั้นยังมีวัสดุอื่นๆอีก ซึ่งทีมงานจะหาโอกาสถัดไปมาแนะนำการเลือกซื้อ MousePad อีกทีนะครับ เอาง่ายๆเลยว่าถ้ามี MousePad อยู่ละก็จะช่วยให้ใช้งานได้แม่นยำมากขึ้น ไม่ต้องห่วงว่าโต๊ะเป็นวัสดุไหนใช้งานได้หมดมีไว้รับรองไม่ผิดหวังครับ

รายงานการเปรียบเทียบปริมาณผู้ใช้ 5 Web Browser ยอดนิยมประจำปี 2012


ในตอนนี้คอมพิวเตอร์กับ Browser เองก็มีการพัฒนามากขึ้นเรื่อยๆ และสำหรับ Web Browser เองก็มีการปรับปรุงแก้ไขมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วย และยิ่งในตอนนี้ที่กำลังมีการผลักดันให้มีการพัฒนาระบบเข้ากับ HTML5 มากขึ้นเรื่อยๆ และจะให้เป็นมาตรฐานแทนการใช้มาตรฐานของ JavaScript กับ CSS โดยการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่มาตรฐานของ HTML5 จะทำให้ความเข้ากันกับอุปกรณ์อื่นๆ มากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นแท็บเล็ตหรือคอมพิวเตอร์มีมากขึ้นเรื่อยๆ
สำหรับการทำงานบนระบบปฏิบัติการ Windows RT นั้น Internet Explorer เองก็ไม่ได้ใส่ใจมากนักที่จะให้ Web Browser อื่นเข้ามามีส่วนแบ่งออกไปเช่นกัน เพราะในตอนนี้มีผู้ใช้หลายคนไม่ต้องการผูกติดกับ Internet Explorer เพียงอย่างเดียวแล้ว และต้องการเปลี่ยนไปใช้อย่างอื่น แต่ในขณะนี้ การผูกขาดกลับมาขึ้นในอุปกรณ์ชนิดอื่นๆ มากขึ้นเรื่อยๆ อย่างเช่นในแท็บเล็ตหรือว่าจะเป็นโทรศัพท์สมาร์ทโฟนเป็นต้น ก็มีการผูกขาดการใช้เบราเซอร์เพื่อเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต อย่างเช่นใน อุปกรณ์พร้อมระบบปฏิบัติการ iOS ก็จะใช้งาน Safari และใน Android ก็ติดตั้งระบบ Android Browser มาให้ และใน Windows Phone เองก็ติดตั้ง Internet Explorer มาให้เช่นกัน รวมทั้งในตอนนี้ก็มีการสร้างมาตรฐานของ Web Browser ขึ้นมาอีกอย่าง Do Not Track (DNT) ที่จะไม่ติดตามการเข้าเว็บไซต์ต่างๆ ของ User นั้นๆ เพื่อความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้แต่ละคน
สำหรับ Internet Explorer นั้น เคยมีประวัติไม่ดีกับเวอร์ชั่นที่ 9 มาก่อนหน้านี้แล้ว และมีการปรับปรุงในเวอร์ชั่นที่ 10 ในตอนนี้ที่ติดตั้งมาให้ใน Windows 8 โดยเพิ่มฟังก์ชั่นเด่นๆ เข้ามาอีก อย่างเช่น IndexedDB กับ AppCache ที่ทำให้สามารถเปิดเบราเซอร์ได้ แม้ว่าจะปิดการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเอาไว้, รองรับ Multi-Touch กับระบบ Sandbox เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้มากขึ้นอีกด้วย แต่ทว่าตอนนี้เองก็ยังไม่สมบูรณ์นัก
โดยในตารางนี้ เป็นปริมาณผู้ใช้เบราเซอร์ต่างๆ เชื่อมต่อเข้าสู่อินเตอร์เน็ตในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งสิ่งที่ผู้ทำ Web Browser นั้นควรใส่ใจ คือการพัฒนาเวอร์ชั่นที่ทำงานบนอุปกรณ์พกพาจำพวกแท็บเล็ตหรือว่าโทรศัพท์มือถือให้ดียิ่งขึ้น
และกระแสหนึ่งที่กำลังเป็นที่นิยมในต่างประเทศมาก คือ Chromebook ที่ติดตั้ง ChromeOS มาให้ในตัวเครื่อง โดยทำงานในระบบ Cloud Computing ที่อาจจะใช้งานแบบทั่วไปไม่ได้ เพราะออกแบบมาเพื่อใช้งานต่อเชื่อมบนอินเตอร์เน็ตเป็นหลัก โดยราคานั้นก็อยู่ที่ 249 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐ (7,xxx บาท) โดยเหมาะสมที่จะใช้เป็นคอมพิวเตอร์เครื่องที่ 3 หรือ 4 ในบ้านมากกว่า และหากว่าใช้งานเพื่อเข้าสู่อินเตอร์เน็ตเป็นหลักและรับส่งอีเมล์ หรือจัดการงานต่างๆ ที่สามารถทำบนอินเตอร์เน็ตได้แล้ว ก็เป็นตัวเลือกที่ไม่เลวด้วยราคาที่ถูกกว่า iPad สักเครื่องหนึ่ง และมีคีย์บอร์ดที่พิมพ์งานได้สะดวกกว่า iPad อีกด้วย 
ที่มา : news.cnet

Google Chrome ยอดผู้ใช้ลดลงในขณะที่ Firefox เพิ่มขึ้น ส่วน Internet Explorer ครองแชมป์ผู้ใช้มากที่สุด!


เว็บเบราเซอร์เองเป็นโปรแกรมจำเป็นสำหรับคอมพิวเตอร์ในยุคนี้พอๆ กับโปรแกรมสำหรับดูหนังฟังเพลง หลายๆ คนอาจจะเลือกใช้เบราเซอร์ติดระบบปฏิบัติการมา ไม่ว่าจะเป็น Internet Explorer, Safari เป็นต้น แต่ว่าบางคนที่ชอบเบราเซอร์ที่ทำงานได้ดีกว่าก็ไปคบหากับเบราเซอร์อื่นๆ เช่น Chrome, Firefox ต่อไป โดยในวันนี้จากการสำรวจผ่านทางโปรแกรมว่าผู้ใช้นิยมใช้งานเบราเซอร์ไหนเชื่อมต่อเข้าอินเตอร์เน็ตมากที่สุดนั้น ปรากฏว่าเป็น Internet Explorer ที่นำหน้ามาเป็นอันดับแรก
โดยการสำรวจของ The Next Web แล้วนั้น ให้ผลปรากฏออกมาว่าในตอนนี้เบราเซอร์ที่ครองแชมป์ผู้ใช้มากที่สุดในโลก ยังเป็น Internet Explorer อยู่เป็นอันดับแรก ตามด้วย Firefox และ Google Chrome ตามลำดับ ส่วนของ Safari และ Opera ในวันนี้ กลับรั้งท้ายไป Safari ที่มีผู้ใช้อยู่ 8.6% ยังพอทำเนา แต่ว่า Opera นั้นกลับโดน Firefox เวอร์ชั่น 19 และ Google Chrome เวอร์ชั่น 25 ทำเอายอดผู้ใช้ตกเหลือ 1.22% ไป
จากกราฟสำรวจนั้น แสดงให้เห็นปริมาณผู้ใช้ Internet Explorer ที่มากถึง 55.82% ในปัจจุบัน ซึ่งภายในช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์นั้น ยอดผู้ใช้ได้เพิ่มขึ้น 0.68% ทำให้ยอดเพิ่มจาก 55.14% เป็น 55.82% ในปัจจุบัน พอบ่งเป็นเวอร์ชั่นไปนั้น นับว่าผู้ใช้ส่วนใหญ่ยังคงใช้งาน Internet Explorer เวอร์ชั่น 8 อยู่ และนิยมสูงสุดด้วยคะแนน 23.38% ทีเดียว ทำให้ Internet Explorer 10 เติบโตยากขึ้นเล็กน้อย ดังนั้น Internet Explorer จึงมีเวอร์ชั่นใน Windows 7 ซึ่งคาดว่าผู้ใช้จะเพิ่มปริมาณมากขึ้นในเดือนนี้ด้วย
ส่วนของเบราเซอร์ Firefox ที่ได้อันดับที่ 2 ในการสำรวจครั้งนี้นั้น มียอดผู้ใช้รวมทั้งหมดที่ 20.12% ซึ่งหลังจากการเปิดตัว Firefox 19 ออกมาแล้วนั้น ทำให้ยอดผู้ใช้เปลี่ยนจากเวอร์ชั่น 18 ไปใช้เวอร์ชั่นล่าสุดจนได้ปริมาณผู้ใช้ที่ 3.32% และกำลังเพิ่มปริมาณผู้ใช้มากขึ้นเรื่อยๆ แต่โดยรวมแล้วนั้น Firefox 18 ยังเป็นเวอร์ชั่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดโดยอยู่ที่ 11.05% และด้วยเวอร์ชั่นใหม่ที่เปิดตัวออกมานั้น ทำให้ตลาดผู้ใช้เวอร์ชั่นเก่าลดลงด้วย
Google Chrome นั้น ในตอนนี้มียอดผู้ใช้รวมแล้วน้อยสุดในเบราเซอร์ทั้ง 3 ที่นำมาเปรียบเทียบกันในตอนนี้ โดยทางสื่อต่างประเทศคาดว่าเกิดจากยอดผู้ใช้ลดลงตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมาจนกระทั่งกุมภาพันธ์ที่ยอดผู้ใช้ลดลงมากที่สุด รวมทั้งการประกาศเปิดตัวในช่วงสัปดาห์เดียวกันกับ Firefox ด้วย ที่ทำให้ลดลงในตอนนี้ ซึ่งเวอร์ชั่น 25 ที่เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดนั้น มีปริมาณผู้ใช้อยู่ที่ 3.14% ส่วนของเวอร์ชั่น 24 เองก็มีผู้ใช้เพิ่มขึ้น 2.18% เป็น 10.88%
สำหรับการประเมินครั้งนี้ วัดจากปริมาณผู้ใช้อินเตอร์เน็ต 160 ล้านคนทั่วโลกเปิดเข้าดูเว็บไซต์กว่า 4 หมื่นเว็บไซต์ในปัจจุบันก่อนจะนำมาเป็นผลสรุปดังข้างต้นนี้ ซึ่งนับแล้ว ปริมาณผู้ใช้มากน้อยนั้น มีส่วนเกี่ยวข้องกับวันเวลาการเปิดตัวพอสมควรดังที่ Google Chrome เปิดตัวสู้กับ Firefox ด้วย ส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวกับความเสถียรของระบบหรือส่วนเสริมต่างๆ นั้น ก็มีผลต่อการใช้งานของผู้ใช้อีกเช่นกัน
ที่มา : thenextweb

3/02/2556

Line สำหรับขาแชทบนเครื่อง PC


สำหรับผู้ใช้ Smartphone คงไม่มีใครไม่รู้จักโปรแกรมแชทชื่อดังอย่าง Line
แต่ ด้วยการที่โปรแกรม LINE จะเป็น App บน Smartphone จึงทำให้ผู้ที่ใช้มือถือธรรมดาไม่สามารถใช้งานได้ หรือขาแชทบางคนเองก็พิมพ์บน Smartphone ได้ไม่ถนัดนัก Naver ผู้ผลิตดปรแกรม Line จึงได้พัฒนา Line บนเครื่อง PC ขึ้นมาให้ขาแชทได้พิมพ์กันสะใจมากขึ้น พร้อมรองรับทั้ง Windows และ Mac OS ด้วยนะครับ ว่าแล้วก็ไปชมกันว่าทำอย่างไร
image
ขั้นแรกต้องโหลโปรแกรมมาก่อนนะครับที่ Link :http://dl.desktop.line.naver.jp/naver/LINE/win/LineInst.exe
image
โหลดเสร็แล้วก็ติดตั้งเหมือนโปรแกรมทั่วๆไปครับ
image
ลง เส็จแล้วจะมีการให้ Login หน้าตาก็เหมือนโปรแกรม Chat ทั่วๆไป ซึ่งสำหรับผุ้ที่ไม่เคยใช้งาน หรือใช้บน Smartphone เป็นหลักต้องลงทะเบียนผ่านอีเมล์ก่อนนะครับ
image
วิธี การลงทะเบียนผ่านอีเมล์ง่ายๆ สำหรับผู้ใช้ Smartphone เป็นหลัก โดยจะมีให้กรอก email พร้อมกับรหัสผ่านที่ต้องการ แล้วระบบจะส่งเมล์ยืนยันไปยังอีเมลืที่เราลงทะเบียนไว้ครับ หน้าที่เราก็แค่คลิกลิงค์ในเมล์เพื่อยืนยันเท่านั้น Line บน PC ก็พร้อมใช้งานแล้ว
image
หรือขี้เกียงลงทะเบียนก็แค่เข้าไปที่ add friend > QR Code แล้วสแกน QR Code ที่โชว์อยู่ที่โปรแกรมก็ Login ได้ด้วยนะครับ
image
โดยหน้าตาก็เหมือนๆที่เราใช้บน Smartphone เลยนะครับทั้งเพื่อน Stickers ที่เราซื้อไว้มาหมดเลย
image
และ ยังสามารถอัดคลิปเสีย วีดีโอผ่านกล้อง webcam หรือจะส่งไฟล์จากเครื่อง PC ไปที่ Smartphone ของเพื่อนๆก็ได้นะครับ ง่ายๆแค่นี้ก็ได้แชทกับเพื่อนๆได้แล้วไม้จะมีมี Smartphone หรือมีแล้ว แต่กลัวพิมพ์ไม่มันสืกับ Line on PC

Mozilla Thunderbird จัดการทุกอีเมล์ด้วยโปรแกรมเดียว


ผู้เขียนเองชอบสมัครอีเมล์เผื่อเอาไว้ราว 2-3 เมล์อยู่แล้ว เพื่อแยกกลุ่มของเว็บไซต์ที่ต้องการสมัครสมาชิกเพื่อรับข่าวสารเพิ่ม ดังนั้น ถ้าเอาเมล์เพียงเมล์เดียวมาเก็บข่าวทั้งหมดเอาไว้ก็ไม่ได้ว่าไม่ดี แต่คงจะไม่นาน เมล์สำคัญหลายๆ เมล์คงจะหาไม่เจอเอาแน่ๆ แต่ถ้าสมัครเอาไว้หลายอีเมล์แล้ว ก็เสียเวลาตอนมาคอยเช็คเมล์ทั้งหมดอีก เพราะต้องคอยล็อคอินและล็อคเอ้าท์เมล์อยู่อย่างนั้น กินเวลานานเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน แต่ถ้าลองเปลี่ยนวิธี เอาเป็นว่าหาโปรแกรมสักโปรแกรมหนึ่งมารองรับการเช็คอีเมล์ทั้งหมดทุกไอดีเอาไว้ด้วยกันและเช็คมันทีเดียวเลยสบายกว่าเยอะ ด้วย Mozilla Thunderbird
หน้าตาโปรแกรมจะดูเรียบง่ายเหมือนกับอีเมล์ไม่มีผิด ทางด้านซ้ายเป็นแถบคำสั่ง ไม่ว่าจะเป็นรายชื่อของอีเมล์ที่เราบันทึกเอาไว้กับโปรแกรมนี้, Inbox และต่างๆ นาๆ เหมือนกับหน้าต่างอีเมล์ไม่มีผิด แต่ว่าส่วนของ Reply, Forward, Delete นั้นจะอยู่ทางขวามือตรงกลางแทนเท่านั้น เพื่อลดความหนาแน่นของปุ่มคำสั่งต่างๆ
ถ้าเรากดที่ชื่อเมล์นั้นๆ แล้ว เราจะเข้าสู่หน้านี้ เพื่อตั้งค่าต่างๆ ให้กับอีเมล์ของเราเองได้ด้วย
ส่วนของหน้าที่เอาไว้เริ่มเขียนอีเมล์ใหม่นั้น จะอยู่ที่แถบบนทางซ้ายมือที่คำสั่ง “Write” เพื่อเริ่มเขียนเมล์ใหม่ส่งให้ทุกคนได้
สำหรับเมล์ที่เราเคยส่งให้ใครไปแล้ว จะมีการเก็บค่าเมล์นั้นๆ เอาไว้ใน Address Book ของโปรแกรมด้วย ดังนั้นเวลาจะส่งเมล์ใหม่ให้ใครแล้วจำเมล์ไม่ได้ ก็สามารถเปิด Address Book ได้ง่ายๆ เพียงแค่กดที่ “Address Book” ที่แถบบนแถวเดียวกับคำสั่ง “Write” เช่นกัน ก็จะขึ้นหน้าต่างนี้มาให้
รวมทั้งเราสามารถตั้งค่าแก้ไขอีเมล์นั้นๆ ได้ เพียงแค่ดับเบิ้ลคลิกเข้าไปเท่านั้น ก็จะขึ้นหน้า Contact Card มาให้เราด้วย
ในตอนแรกนั้น โปรแกรมจะบังคับให้เรากรอกอีเมล์ที่จะเชื่อมต่อเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้ว แต่ถ้าเราต้องการเพิ่มให้มากกว่าหนึ่งอีเมล์นั้น เราสามารถกดที่ปุ่มขีดสามเส้นมุมบนขวามือ ที่เป็นคำสั่ง Option ได้ และเลือกที่ Account Setting 
เข้ามาที่หน้า Account Setting ที่เราสามารถตั้งค่าต่างๆ ของอีเมล์ได้แล้ว ที่มุมล่างซ้ายมือ เราจะมีคำสั่ง Account Action ให้เลือก Add Mail Account
Thunderbird จะเปิดหน้าต่างนี้ออกมาให้เพิ่มเมล์เข้าไป โดยสามช่องนั้น ช่องแรกสุดจะเป็นช่องสำหรับแสดงชื่อของเมล์ที่เราจะให้ผู้รับปลายทางได้เห็น ส่วนอีกสองช่องจะเป็นอีเมล์กับรหัสผ่านของอีเมล์นั้นๆ โดยกรอกเหมือนกับที่เราใช้ล็อคอินเมล์แบบปกติทั่วไป
พอเรากรอกข้อมูลทั้งหมดแล้ว โปรแกรมจะทำการตั้งค่าต่างๆ และเชื่อมต่ออีเมล์ให้เรียบร้อย ถ้าทุกอย่างถูกต้อง ที่ช่อง Continue สีเทา จะกลายเป็นคำว่า Done สีดำ
อีกฟีเจอร์เสริมของ Thunderbird นั้น จะมีคำสั่ง Chat เพิ่มเข้ามาให้เราสามารถแชตกับเพื่อนๆ ได้ด้วย โดยไม่ต้องพึ่งระบบแชตอื่นๆ ได้ โดยรองรับการเชื่อมต่อผ่าน Facebook อีกด้วย
สำหรับความสะดวกสบายจากทาง Mozilla ที่เข้ามาเสริมในส่วนของอีเมล์นี้แล้ว ผู้เขียนที่ได้ทดลองใช้งานก็ชอบไม่น้อยทีเดียว เพราะทั้งสะดวกและรวดเร็ว ไม่ต้องไปนั่งกด F5 เพื่อ Refresh ใหม่ให้วุ่นวายด้วย เพราะเมื่อเมล์ใหม่เข้ามาแล้ว เราสามารถเข้าไปดูที่ Inbox นั้นๆ ได้อย่างรวดเร็วและง่ายอีกด้วย เวลามีเอกสารอะไร ก็ค่อยตรงเข้าไปดาวน์โหลดที่หน้าอีเมล์โดยตรงอีกทีหนึ่ง และขนาดของโปรแกรมดีๆ อย่างนี้ก็ไม่ใหญ่อะไรมากนัก เพียงแค่ 19.93 MB เท่านั้นเอง และยังเป็น Open Source เพื่อให้นำไปพัฒนาต่อได้อีกด้วย ดังนั้นอย่าช้าอยู่เลย ตรงไปโหลดมาใช้กันดีกว่านะ!

Download Mozilla Thunderbird (Open Source) >>>> Click Here!