4/05/2556

Dropbox 2.1

Dropbox เป็นบริการพื้นที่เก็บข้อมูลแบบออนไลน์ ที่ทำหน้าที่เสมือนฮาร์ดดิสก์ที่ให้คุณเก็บสารพัดข้อมูลรวมไว้ในที่เดียวกัน และเข้าถึงข้อมูลเหล่านั้นได้จากอุปกรณ์ต่างๆ ทั้งจากเครื่องคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ค (ทั้ง Mac OS หรือ Window)  สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต (ทุกระบบ) รวมไปถึง  iPhone, iPad, iPod Touch ได้แบบทุกที่ทุกเวลาที่ต้องการ อย่างปลอดภัย เป็นส่วนตัว หมดปัญหาเรื่องการสับสนว่าไฟล์ของคุณอยู่ในเครื่องไหนบ้าง ไม่ต้องมาคอยจัดการไฟล์ อัปเดทหรือสำรองข้อมูล ไม่ต้องมาคอยก๊อปปี้ไฟล์ ย้ายไปย้ายมาระหว่างเครื่อง หมดห่วงเรื่องไฟล์ข้อมูลซ้ำซ้อน หรือถ้าเครื่องมีปัญหา พังเสียหาย หรือแม้กระทั่งเครื่องหายก็ยังสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ เพราะทั้งหมดถูกเก็บไว้อย่างปลอดภัยที่ Dropbox มิหนำซ้ำยังสามารถแชร์ข้อมูลที่ต้องการให้กับคนอื่นๆ ได้อีกด้วย

4/03/2556

3 ขั้นตอนจัดการฮาร์ดดิสก์จมน้ำ


ซึ่งหากมองกันที่อุปกรณ์ตามรายชิ้น นอกจากเพาเวอร์ซัพพลายแล้ว ฮาร์ดดิสก์ก็ถือเป็นอุปกรณ์อีกหนึ่งชิ้นที่มีโอกาสเสียหายมากที่สุด ดังนั้นหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน อย่างคอมพิวเตอร์จมน้ำไปแล้ว ส่วนอื่นอาจจะนำมาซ่อมแซมกันทีหลังได้ แต่ฮาร์ดดิสก์มีกลไกที่ซับซ้อน รวมถึงมีข้อมูลที่สำคัญ จึงต้องใช้ความระมัดระวังและความรวดเร็วมากที่สุด
ขั้นแรกไม่ควรปล่อยให้รอน้ำลดแล้วจึงเข้าไปเก็บกู้ฮาร์ดดิสก์ หากในนั้นมีข้อมูลสำคัญมาก ไม่สามารถประเมินมูลค่าได้ สิ่งที่ควรจะต้องทำก็คือ รีบเข้าไปเอาฮาร์ดดิสก์ที่ถูกน้ำจมอยู่ออกมาให้ได้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งถ้าจมไปไม่นาน ระบบป้องกันอาจจะกันน้ำได้ในระดับหนึ่ง ทำให้เสียหายไม่มาก แต่ถ้ายิ่งปล่อยให้จมอยู่นาน โอกาสเสียหายก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ขั้นที่สอง หากยังไม่สามารถลุยน้ำเข้าไปเอาฮาร์ดดิสก์มาได้โดยด่วน ด้วยเหตุผลเรื่องการเดินทาง อันตรายจากกระแสไฟฟ้าหรืออื่นๆ ก็ต้องรอน้ำลดเสียก่อน แต่ต้องทำใจว่า เมื่อถึงเวลานั้นน้ำลดระดับ ก็จะทำให้คราบน้ำหรือเชื้อรา ซึ่งเป็นอันตรายต่อตัวฮาร์ดดิสก์ โอกาสที่จะได้ข้อมูลคืนก็พอมีแต่ก็ลดเปอร์เซนต์ลงไปเรื่อยๆ ดังนั้นไม่ต้องรอให้แห้ง รีบนำออกจากเครื่อง แล้วเตรียมส่งซ่อมทันที
ขั้นที่สาม หลังจากที่เราได้ตัวฮาร์ดดิสก์ พร้อมการแก้ไขเบื้องต้น ก็ต้องรีบส่งบริษัทรับกู้ข้อมูลที่มีความพร้อมด้านอุปกรณ์ในการกู้ฮาร์ดดิสก์ เลือกที่มีห้อง Clean Room กันฝุ่นละอองเพื่อแกะตัวฮาร์ดดิสก์หรือจานแม่เหล็กภายในออกมาล้างทำความสะอาดและกู้ข้อมูล ซึ่งในเมืองไทยมีอยู่เพียงแค่ไม่กี่รายเท่านั้นที่สามารถทำการกู้ข้อมูลได้ถึงระดับนี้ ค่าใช้จ่ายก็ขึ้นอยู่กับความจุของฮาร์ดดิสก์ที่นำมากู้ แต่ก็เชื่อว่าหากเป็นข้อมูลที่สำคัญมากๆ ทำใหม่ไม่ได้ การจ่ายเงินก็ดูจะคุ้มค่าที่สุดแล้ว

รู้ป่าว VLC ทำอะไรได้มากกว่าที่คิดเยอะ


1 แปลงไฟล์ใหญ่ยักษ์จาก DVD เป็นไฟล์เล็กๆ เปิดได้ในคอมพ์ : บางคนก็เรียกวิธีนี้ว่าการ  rip ขั้นตอนคือคลิกที่เมนูหลัก > สื่อ > แปลง/บันทึก > เลือกช่วงหรือตอนหรือจุดเริ่มต้นของไฟล์ที่ต้องการ rip แล้วเลือก Convert/Save แค่นี้ก็เรียบร้อย
2. บันทึกไฟล์เสียงจาก วีดีโอหรือออร์ดิโอ : อันนี้ก็เอาไว้เวลาอยากเก็บไฟล์เสียงบางช่วงบางตอน หรือเพลงประกอบหนังเรื่องโปรด วิธีการคือคลิกที่เมนู มุมมอง > ปุ่มควบคุมขั้นสูง > จะเห็นปุ่มสีแดงสำหรับการบันทึกเสียง
3. แปลงไฟล์ : คนส่นใหญ๋มักใช้โปรแกรม Format Factory ในการแปลงไฟล์ แต่รู้ไหมครับว่า VLC ก็ทำได้ โดยคลิกที่ เมนูหลัก สื่อ >แปลง/บันทึก> เพิ่มไฟล์> convert/save> เลือกประเภทไฟล์>บันทึก
4. เล่นไฟล์หนังนามสกุล .rar ที่แบ่งเป็น Part : เทคนิคนี้เอาใจคอหนังที่ชอบโหลดจากเน็ต และเนื่องจากไฟล์ใหญ่จัด คนอัพำไฟล์ก็เลยแบ่งไฟล์เป็น Part ปกติเวลาจะเปิดดูก็ต้องเอามาตอแล้วคลายรวมกันเป็นหนึ่งไฟล์ และนี่นับเป็นความสามารถเฉพาะของ VLC คือสามารถเล่นไฟล์ rar ได้ต่อเนื่องเลย เช่น พอเปิดไฟล์ .part001.rar ปั๊บ โปรแกรมก็จะเปิด Part ต่อไปจนครบทุกตอนเองอย่างต่อเนื่องให้โดยอัตโนมัติ
5. เล่นไฟล์วีดีโอ ไฟล์ออร์ดิโอใน ASSII mode : วิธีการคือต้องเข้าไปตั้งค่าที่เมนูหลัก เครื่องมือ > ปรับแต่ง >วีดีทัศน์ > output > Color ASCII art video output 
6. ดูดคลิปวีดีโอจาก Youtube หรือเว็บวีดีโออื่นๆ : ความสามารถที่พี่มิ้งค์เชื่อว่าคงถูกใจน้องๆ ที่ชอบเก็บคลิปจากเว็บต่างๆ เริ่มต้นให้เปิดวีดีโอขึ้นมา โดยการคลิกที่  สื่อ > เปิดกระแสเครือข่าย > วาง URL ของวีดีโอที่ต้องการดาวน์โหลดลงไป  ต่อจากนั้นวีดีโอจะเล่น ให้ไปที่ เครื่องมือ >ข้อมูลตัวถอดรหัส  รอสักครู่จะปรากฏหน้าต่าง ข้อมูลสื่อ  ด้านล่างสุดของโปรแกรม จะเห็นเมนูที่ตั้ง  ให้ก๊อบปี้ที่อยู่ตรงนี้ วางในเว็บราวเซอร์ ซึ่งบราวเซอร์จะทำการดาวน์โหลดวีดีโอดังกล่าวในฮาร์ดดิสก์ให้เราเอง เจ๋งไหมละครับ

Tip: ลบข้อมูลใน iPhone เก่า เพื่อปล่อย ก่อนถอย iPhone 5


[เอ.อาร์.ไอ.พี, www.arip.co.th] แบบว่า ไม่ต้องอ้อมค้อมกันเลยนะคะ พอดีได้ข่าวว่า iPhone 5 จะเข้าเมืองไทยในเดือนนี้ (หรือต้นเดือนหน้า) กะว่าจะถอยมาเป็นของตนเองสักเครื่อง แต่ด้วยงบประมาณที่จำกัดก็เลยคิดว่าจะปล่อย iPhone 4S เครื่องที่ใช้อยู่อ่ะค่ะ แล้วเติมเงินอีกเล็กน้อย คำถามคือ ดิฉันจะลบข้อมูลจาก iPhone ให้หมดก่อนที่จะขายออกไปได้อย่างไรคะ? ช่วยแนะนำด้วยค่ะ
เป็นเรื่องที่ถูกต้องมากๆ เลยครับ ที่ไม่ลืมที่จะลบข้อมูลใน iPhone เครื่องเก่าออกไปให้หมด ก่อนปล่อยเครื่อง เพราะบางทีมันอาจมีข้อมูลที่สำคัญ ทั้งเรื่องส่วนตัว คลิปลับ??? หรือแม้แต่ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบัตรเครดิต หรือแม้แต่บัญชีธนาคารต่างๆ ตลอดจน Apple ID การลบข้อมูลออกจากไอโฟนเครื่องเก่าไม่ได้เป็นเรื่องยากเลย แตะหน้าจอไม่กี่ครั้งที่เหลือก็รอให้มันลบ ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันครับว่า ต้องทำอย่างไรบ้าง
อันนี้ตอบแบบเหมาๆ เลยก็แล้วกัน เพราะไม่ว่าจะเป็น iPhone, iPad หรือ iPod Touch ต่างก็ใช้ iOS เหมือนกัน ขั้นแรกของการลบข้อมูลให้คุณแตะเลือก Settings ตามด้วย General และ Reset เสร็จแล้วแตะที Erase All Content and Settings จากนั้นแตะปุ่ม Erase สีแดง ถ้าคุณใช้ iOS เวอร์ชันใหม่ๆ กระบวนการลบข้อมูลจะใช้เวลาไม่กี่นาทีก็เสร็จ แต่ถ้าเป็นรุ่นเก่าสักหน่อย อาจต้องใช้เวลานานนับชั่วโมง หรือมากกว่านั้น ข้อควรระวังก็คือ ตลอดจการลบข้อมูลคุณต้องมั่นใจว่า iPhone ของคุณมีแบตฯ เต็ม หรือถ้าจะให้ดีเสียบปลั๊กอะแดปเตอร์ไว้จะชัวร์กว่า ไม่ยากเกินไปนะครับ

ไวรัสมือถือ ติดไม่ตาย แต่อันตรายนะคร้าบบ


แต่เนื่องจากรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างจากคอมพิวเตอร์ ไวรัสบนสมาร์ตจึงพัฒนารูปแบบการโจมตีให้แตกต่างไปจากไวรัสบนคอมพิวเตอร์ โดยไม่ได้เน้นก่อกวนระบบมากนัก แต่จะเน้นไปที่การดักขโมยข้อมูล การแพร่กระจายตัวผ่านแอพฯต่างๆ หรือการสร้างความค่าใช้จ่ายจากการใช้งานโทรศัพท์แทน โดยรูปแบบหลักๆ ประกอบไปด้วย
1.การดักข้อมูล ขโมยความลับ ถือว่าเป็นรูปแบบของการโจมตีในปัจจุบันที่แฮกเกอร์นิยมทำกัน นอกจากจะสร้างความเสียหายได้แล้วยังสามารถนำข้อมูลไปทำรายได้ต่อเช่นนำข้อมูลหมายเลขบัตรเครดิตไปขายต่อ หรืออาจจะนำไปรูดซื้อสินค้าบนระบบออนไลน์ได้โดยเจ้าของไม่รู้ตัว
2.สร้างค่าใช้จ่ายจากการใช้โทรศัพท์ เน้นหน้าที่ในการก่อกวนและสร้างความเสียหาย ซึ่งจะรุนแรงหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับค่าบริการโทรศัพท์ที่คุณใช้ โดยไวรัสอาจจะแกล้งส่ง SMS หรือโทรออก หรือใช้งานอินเทอร์เน็ตของคุณจนหมดและสร้างค่าใช้จ่ายเพิ่มให้กับคุณได้
3.การแพร่กระจายตัวเอง ไวรัสพวกนี้ส่วนใหญ่จะเป็นเพียงแค่ตัวสนับสนุนเพื่อนๆ โดยที่ตัวเองจะไม่ได้ทำอันตรายใดๆ โดยตรง แต่จะใช้การแพร่กระจายผ่านทางอีเมล์ SMS โปรแกรมแชทต่างๆ ที่อยู่ในเครื่องเพื่อกระจายตัวมันเอง หรือส่งลิงก์เพื่อให้คุณติดไวรัสตัวที่ร้ายกาจกว่าเข้ามาในเครื่องอีกทอด
4.การก่อกวนระบบ ไวรัสพวกนี้ไม่ได้จงใจสร้างความเสียหายนัก เพราะอาจจะแค่เปลี่ยน Wallpaper หรือแสดงความข้อความล้อเลียนเท่านั้น อาจจะมีบ้างที่ทำให้เครื่องของคุณช้าลง
แม้ว่าการคุกคามจากไวรัสยังดูไม่ค่อยรุนแรง แต่เมื่อมีผู้ใช้งานอุปกรณ์ที่เป็นสมาร์ตโฟนและแท็บเลตมากขึ้น แน่นอนว่าอาจตกเป็นเป้าหมายได้ง่ายๆ การเตรียมพร้อมรับมือไว้ก่อนจึงเป็นทางเลือกที่ไม่ประมาท

BENLOVE: Camfrog Video Chat 6.4

BENLOVE: Camfrog Video Chat 6.4: อัพเดทเวอร์ชั่นใหม่สำหรับโปรแกรม  Camfrog  โปรแกรมแชทยอดฮิต โดยเวอร์ชั่นล่าสุด  Camfrog Video Chat 6.4 ตัวนี้ได้มีการรองรับการสมัครและเข้...

8กฏเหล็กพาสส์เวิร์ดปลอดภัย


[เอ.อาร์.ไอ.พี, www.arip.co.th] การตั้งพาสส์เวิร์ดถือเป็นเรื่องหนักหนาสาหัสของหลายๆ คน เพราะบางทีไม่รู้จะเลือกเอาอะไรมาตั้ง ง่ายไปก็ไม่ดี กลัวโดนจับได้ ยากไปก็กลัวจะจำไม่ได้อีก สุดท้ายก็เลือกเอาแบบที่ง่ายที่สุด แล้วก็เกิดปัญหา โดนแอบเข้าใช้งานจนได้
 
ฉะนั้นแล้วถ้าไม่อยากถูกหลอก ก็แนะนำว่าตั้งให้สอดคล้องกับชีวิตประจำวัน ไม่ยากและไม่ง่ายเกินไป แต่ถ้าใครยังไม่แน่ใจว่าพาสส์เวิร์ดที่ตั้งปลอดภัยดีหรือยัง ก็ลองดูว่าคุณได้คิดตามสิ่งต่างๆ เหล่านี้บ้างมั้ย
1.ควรมีตัวอักษรอย่างน้อย 8 ตัว และประกอบด้วยอักษรตัวใหญ่ และตัวเล็ก ตัวเลขและสัญลักษณ์ ผสมกันยิ่งปลอดภัย
2.เลี่ยงการใช้วัน เดือน ปีเกิด ชื่อตัว (ชื่อแฟน เพื่อนสนิท พ่อแม่พี่น้อง ฯลฯ) หรือข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับตัวเรามาใช้
3.ใช้รหัสผ่านแยกกัน หากเป็นคนละบัญชีผู้ใช้งาน โดยเฉพาะรหัสผ่านที่ใช้เข้าถึงข้อมูลสำคัญ อาจจะใช้วิธีตั้งพาสส์เวิร์ดเป็นพวกเดียวกัน แต่เปลี่ยนตัวเลขที่ตามหลังเพื่อแยกความแตกต่าง
4.อย่าเลือก “จัดเก็บรหัสผ่านอัตโนมัติ” (Remember Password) หากต้องใช้เครื่องร่วมกับผู้อื่น
5.อย่าบอกหรือส่งพาสส์เวิร์ดให้ใครเด็ดขาด ไม่ว่าจะ วาจา อีเมล์ หรือ SMS ระลึกไว้ว่า เป็นรหัสลับ “ของคุณ” เท่านั้น
6.อย่าจดรหัสผ่านลงบนกระดาษ หรือสมุดโน้ตใดๆ ถ้าจำเป็น เก็บเอกสารไว้ในที่ปลอดภัย 
7.เปลี่ยนรหัสผ่านทุกๆ 3 เดือน เพื่อลดโอกาสที่ใครจะมาถอดรหัสของคุณ
8.การพิมพ์รหัสผ่านเป็นภาษาไทย แต่ใช้แป้นพิมพ์ภาษาอังกฤษ ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ให้จำได้ง่ายขึ้น